สัมโมทนียกกา-วันกฐินสามัคคี

โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

เจริญสุขพี่น้องพุทธบริษัททุกท่าน

วันนี้ปรารภเรื่องทอดกฐินทานของวัดอัมพวัน ที่ภิกษุอยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาส เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ทั้งภิกษุสงฆ์องค์เณรมี ๗๕ รูปด้วยกัน

การทอดกฐินทานในวันนี้นั้น อาตมาก็ไม่ได้เคยคิดมาก่อนว่า เราจะดำเนินงานประการใด แต่อาตมาตรึกตรองโยนิโสมนสิการมา ๓ ปีเต็ม

ศาลาการเปรียญเก่า

โดยที่ศาลาการเปรียญหลังนี้ใหญ่โต สมัยห้าสิบหกสิบปีโน้น มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาอย่างมากไม่เกิน ๒๐ รูป อาสน์สงฆ์พอที่ ๒๕ องค์ร่วมฉันภัตตาหารได้อย่างดี ญาติโยมมาบำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตร ที่ศาลาการเปรียญหลังนี้ ร้อยกว่าคนในท้องที่นี้ตลอดมาหลายปีแล้ว

สมัยอาตมามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๐๐ ปี ๒๔๙๙ รักษาการ วัดนี้เป็นป่าดงพงไพร

อุโบสถหลังเก่าบัดนี้ก็พังแล้ว ปรากฏชัดจากอุโบสถที่รื้อมาสมัยเม็งจู ถ้าพูดภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า เหม็งเชี้ยว สร้างมาหลายปี คนจีนสร้าง

ทำไมถึงรู้ เพราะจารึกแผ่นศิลาเป็นภาษาจีนหมด มีสตางค์จีน ๗ ปีบ มีเครื่องกังไสมากมาย มีทั้งเพชรนิลจินดา     มีหยกข้อมือม้ามังกร ม้าวิ่งเก้าตัวครบ ก็เก็บเอาไว้ที่เก่าตามเดิม

ขอเจริญพรญาติพี่น้องที่มิได้ทราบประวัติวัดนี้ก่อน สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีคนจีน ๒ คน  ชื่อ กิมเหลียง กิมจือ พร้อมด้วยเพื่อนสนิทมิตรสหายฝรั่งชาติฮอลันดา ได้นำเรือกำปั่นมาจอดหน้าวัดนี้ เลื่อมใสเจ้าอาวาส ได้จารึกไว้ว่า เจ้าอาวาสชื่อ ท่านพระครูญาณสังวร มีอายุ ๙๙ ปี เชี่ยวชาญทางวิปัสสนาจารย์

อาตมาก็คำนวณได้ เพราะตู้พระไตรปิฎกที่วัดนี้มี ๒ ตู้ ตู้หนึ่งสร้างถวายไหว้เมื่อ พ.ศ.๒๒๐๐ อีกตู้หนึ่งถวาย พ.ศ.๒๓๐๐ ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาแตกทัพครั้งสุดท้ายยังอยู่ครบ และจารึกต่อไปว่า กิมเหลียง กิมจือ นี้ ทำการค้ากับสมเด็จพระนารายณ์

ในสมัยเมื่อ ๕๐๐ ปีมานี้ แม่น้ำเจ้าพระยาลุ่มลึก กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองทะเล เรือก็เดินมาผ่านปากน้ำ        บางพุทรา สู่ละโว้ค้าขาย ชาติฝรั่งฮอลันดาก็เลื่อมใส ทั้ง ๆ ที่เขานับถือศาสนาคริสต์

พระนาคปรกหิน บอกไว้ชัดในศิลาจารึกของภาษาจีนว่า นาคปรกหูยาน และ เขมรคางคนหูตุ้ม ได้ถวายไว้ในโรงอุโบสถ ขอพระราชทานจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ เดี๋ยวนี้ยังรักษาอยู่ในกุฏิอาตมา ขอเชิญชมได้ นี่สมัยเม็งจูสมัยคนจีนไว้ผมเปียและยังมีรูปถ่ายด้วย

อาตมาขอลอกเอาไปเขียนไว้ โดยโยมสุนีย์  พันธศุภร ไปจ้างเขียนมา สมัยโน้นคนจีนเขาไว้ผมเปีย ถ้าพูดเป็นภาษาจีนกลาง เรียกว่า เม็งจู…

ได้ถวายประวัติวัดแด่สมเด็จพระญาณสังวรไว้แล้ว เมื่อท่านเสด็จที่วัดนี้ เอาไปลงจารึกว่าสมเด็จญาณสังวรมี ๓ องค์ องค์หนึ่งคือวัดนี้ องค์ที่สองคือสมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน องค์ที่สามคือ สมเด็จฯ วัดบวรนิเวศ สมเด็จญาณสังวร  ท่านซึ้งใจมาก

ประวัติเป็นภาษาจีน อาตมาอ่านภาษาจีนไม่ออก ต้องไปให้คนจีนอ่าน ๓ ตลาด ตรงกันหมด สตางค์จีนยังอยู่ครบ ๗ ปีบ อาตมาเอายัดไว้ข้างนอก ยังไม่รู้ว่าอะไร ไปเมืองจีนมา นำไปให้คนจีนดู คนจีนบอก โอ! หายากสมัยเม็งจู เดี๋ยวนี้ยังเก็บไว้นะ เก็บไว้เพื่อจะเป็นข้อพิสูจน์

อาตมาขอเจริญพรว่าโบสถ์หลังนี้คนจีนสร้างแน่นอน มีลักษณะของจีนหมด ถ้วยชากังไส อาตมาไว้ในแท่นพระเอาไว้อย่างดีเลย ถ้าเอาไว้ข้างนอกก็ลี้ลาคลาไคล เพราะอะไร

แค่กระเบื้องปูเหมือนปั้นน้ำร้อน เอาออกมากองข้างนอก เดี๋ยวนี้แผ่นเดียวไม่มีเหลือ ทราบจากพวกลพบุรีว่า      เขาลักไปแกะพระขาย น่าเสียดายเหลือเกิน ถ้าอาตมาเอาถ้วยโถโอจานไว้ข้างนอก บัดนี้คงถ้วยเดียวก็ไม่เหลือ เลยเอาฝังไว้ในโบสถ์ อาตมาทำไว้แน่นหนาทีเดียว

อาตมามาจำพรรษาที่วัดนี้ โบสถ์ก็ใกล้จะพังอยู่แล้ว คืนวันหนึ่งก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นบอกว่า พรุ่งนี้พระคุณเจ้า ๓ โมง ๔๕ นาที โบสถ์พัง เอ! เสียงอันนี้ต้องตามไปให้ได้

ขอเจริญพรต่อไปว่า โบสถ์หลังนี้แปลกประหลาดมาก เวลาไปทำวัตรตอนเช้า ตอนเย็นต้องเก็บเสื่อ พรม หมด เพราะตอนเช้าน้ำขึ้นเป็นคืบ น้ำขึ้นเอง คนจีนเขาบอก

“หลวงพ่อ ถ้าจะสร้างโบสถ์ สร้างตรงนี้นะ” อาตมาก็ชิมน้ำดู กลิ่นมันเป็นอย่างนี้ เลยได้ตักใส่ขวดไว้ น้ำนี้มาจากไหน?

ในโอกาสต่อมา อาตมาก็ไปจับน้ำได้ น้ำทิพย์ที่วัดไทงั้ง อั้งยี นครแต้จิ๋ว มีบ่อน้ำทิพย์ มีกลิ่นเหมือนกันเลย ไม่ทราบมาขึ้นในโบสถ์ได้อย่างไร มันเป็นเรื่องแปลกเหลือเกิน

โบสถ์พังแล้วจึงได้พบศิลาจารึก อาตมาแน่ใจเหลือเกิน ศิลาจารึกเป็นแผ่นดิน อาตมากลัวจะชำรุดทรุดโทรม เลยเก็บไว้เป็นหลักฐานไว้ในแท่นพระประธานต่อไป

ขอเจริญพรญาติพี่น้องว่า พอออกไป ๓ โมงเศษ โบสถ์พังพอดี พังตามกำหนด อาตมานึกว่าเสียงประหลาดนี้     จะตามไปให้ได้ยินอีกต่อไป ทำไปทำมาก็ไปพบอย่างเช่น คนไว้หนวดยาว มีรูปภาพในถ้ำเมืองก้วยหลิน ถ้ำคืนไข่มุก        ไปถ่ายรูปมาเหมือนกันเลย เขาเขียนไว้ในถ้ำว่าเป็นนักกวีเอก สมัยฮ่องเต้องค์หนึ่ง

โบสถ์ปัจจุบัน สร้างแทนโบสถ์เก่า

ต่อมาอาตมาได้ยินเสียงประหลาดบอกอีกว่า พระคุณเจ้าครับ คนเก่าเขาจะมาช่วยทำกันเอง ๑ ปี ๑๖ วันเสร็จเรียบร้อย ทุกประการ ไม่ได้แจกฎีกาแต่ประการใด นี่เล่าประวัติโบสถ์เก่าของพระครูญาณสังวร พอดีมีท่านผู้หนึ่งเข้ามาวัด เข้ามาตามลำดับ คนที่สามคือ พลตรีวสันต์  พานิช ก็มาช่วยกันสร้าง ทั้งสามคนนั้นอาตมาถามประวัติแล้วเป็นคนจีนทั้งหมด มีอากงอาม้าครบ เดี๋ยวนี้ท่านพลตรีวสันต์ ท่านก็มาที่นี่ด้วย ร่วมกันสร้างปีเศษ ๆ ก็เสร็จสิ้น ตอนสมัยท่านเป็นพันเอก เสนาธิการฝ่ายทหารปืนใหญ่ ลพบุรี

อาตมาก็ตั้งใจพัฒนา หลังจากที่คอหักแล้ว อาตมาขอเจริญพรญาติพี่น้องว่า หมดอายุเมื่อ ๔๙ ปี ต้องตายแน่ ไม่ได้กลับมาอยู่ในโลกมนุษย์อีกดังนี้

รู้ล่วงหน้า ๖ เดือน และอายุ ๔๙ จะขึ้น ๕๐ แล้ว พ.ศ.๒๕๒๑ วันที่ ๑๔ ตุลาคม เวลา ๑๒.๔๕ น. พระคุณเจ้าจะต้องมรณภาพโดยรถชนคอหักตาย

อาตมาก็ขออธิษฐานว่า ถ้าข้าพเจ้าใช้หนี้มนุษย์ไม่หมดในชาตินี้ ขอบิณฑบาตชีวิตมาใช้หนี้ให้สิ้นสุดในชาตินี้  ชาติเดียว ชาติหน้าอาตมาอย่าไปใช้หนี้เขาเลย เบื่อหน่ายโลกมนุษย์เหลือเกิน เป็นโลกมนุษย์ที่อิจฉา อาตมาไม่อยากจะคบมนุษย์ต่อไปแล้ว

มันก็ฟื้นคืนมาได้ กลับมาได้ หมออาจารย์ประดิษฐ์ โรงพยาบาลเลิดสิน บอกว่า มีหลวงพ่อองค์เดียวในโลก   ที่คอหักหมุนได้แล้วไม่ตาย ยังพูดได้อีกด้วย และหายใจทางสะดือได้อีกด้วย คือพองหนอ ยุบหนอ บอกใครไม่เชื่อ ถ้าไม่เชื่อลองไปคอหักดู จะรู้กัน

อาตมาก็มาใช้หนี้มนุษย์ เริ่มสร้างหอประชุมมาตามลำดับ ขอเจริญพรโยม บุญยง  ว่องวานิช ไว้ในที่นี้ด้วยว่า   สองแสนคนแล้ว ตั้งแต่สร้างหอประชุมมา พ.ศ.๒๕๒๔ มีบัญชีครบ แต่ที่ผ่านเข้ามาเป็นธรรมทาน มาฟังธรรมะ ก็คำนวณไว้อย่างน้อย ๆ

ศาลาการเปรียญหลังนี้นะ อาตมารู้สึกเศร้าใจทุกปีมา มีพระสงฆ์องค์เจ้าพรรษาที่ผ่านมาแล้ว ๖๐ ถึง ๗๐ องค์   พระต้องลงไปฉันข้างล่างนั่งกับญาติโยม อาสน์สงฆ์ไม่พอ ก็น่าเศร้าใจ ญาติโยมจะทำอย่างไรเล่า

โดยเฉพาะเหตุผลข้อที่สองคือ เสาก็ขาดหมดแล้ว ปลวกกินหมด อาตมาไม่รีบทำในช่วงจังหวะนี้ เข้าใจว่าโอกาสหน้าไม่มีใครทำ อาตมาก็จะต้องตายจากโยมไปเหมือนกัน นี่ก็จะใกล้เวลาแล้ว ขอเจริญพรอย่างนั้น

ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็สร้าง มิได้สร้างแบบศาลาสองชั้นสามชั้น งบประมาณ ๑๔ ถึง ๑๕ ล้านแต่ประการใด           ทำประหยัดที่สุด ให้ถูกที่สุด และต้องดีที่สุด และระบบเสียงต้องใสสะอาดหมดจดบริสุทธิ์อย่างนี้

คิดทำมุ้งลวดรอบยาว ๒๕ วา อาสน์สงฆ์ยาว ๒๕ วา จะจุพระสงฆ์ ๒๐๐ รูป หลังนั้นไปมีห้องน้ำห้องส้วม ๒๕ ห้อง วางแผนไว้แล้ว อาตมาตั้งใจอย่างนี้

ห้องส้วมเป็นอันดับหนึ่งของโลก มันเป็นการบำบัดทุกข์อย่างดียิ่ง พระพุทธเจ้าสอนว่าเป็นอานิสงส์สูงยิ่ง พระภิกษุสงฆ์ผ่านห้องน้ำไปพบสกปรก แล้วหนี อาบัติโทษ เป็นอาบัตินะ

ศาลาการเปรียญเก่า

ภายในศาลาการเปรียญเก่า

ขอเจริญพรญาติโยมไว้ ถ้ามีลูกหลานอยากปัญญาดี ขัดส้วมที่บ้านให้สะอาด ขัดไว้รับรองปัญญาดีแน่ คนเราที่ไม่อยากเข้ามี ๒ แห่ง โรงพยาบาลกับห้องส้วม ไม่จำเป็นไม่มีใครเข้าไปหรอก มันเบื่อเหลือเกิน ถ้าไม่จำเป็นคนไม่อยากเข้าหรอกสองอย่างนี้ ที่มีอานิสงส์มากคือส้วมกับโรงพยาบาล

อาตมาประสบมาแล้ว คอหักแล้วพยาบาลว่ายังไง เขาบอกว่า “หลวงพ่อมาอีกซิ หลวงพ่อมาอยู่ที่นี่ไม่อดเลย” อาตมาบอก “โอ้โฮ มันเข็ดแล้ว จะให้คอหักอีกหรือไง” ไม่จำเป็นไม่เข้าหรอก

ห้องน้ำห้องส้วมเหมือนกัน ใครไม่จำเป็นจะไม่เข้า จำเป็นจึงจะเข้า เรื่องจำเป็นนี่มีอานิสงส์สูง แต่คนไม่รู้ เส้นผมบังภูเขา

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ศาลาการเปรียญนี้ก็จะสร้างแบบอเนกประสงค์ ใช้เป็นสถานที่อบรมได้ นั่งได้ นอนได้ จุได้ ๑,๐๐๐ คน ยาว ๒๕ วา กว้าง ๑๐ วา หอประชุมปัจจุบันนี้กว้างแค่ ๗ วาเท่านั้น

ญาติโยมพี่น้องทั้งหลายเอ๋ย นึกว่ามาสร้างคนกันเถอะ อาตมากำลังปลุกเสกเป็นการใหญ่ ไม่ใช่ปลุกเสกเครื่องรางของขลังนะ ปลุกคนให้ตื่น เสกคนให้เป็นงาน โยมจะใช้ลูกหลาน ปลุกให้ตื่นก่อนนะ ให้มีศรัทธาก่อน ให้รู้เรื่องรู้ราวก่อน ลูกยังหลับอยู่เสกให้เป็นงานจะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร

ช่วยกันปลุกเสกลูกหลานหน่อยเถอะ ปลุกให้ตื่น เสกให้เป็นงาน อย่าอยู่ว่าง อย่าห่างผู้ใหญ่ จะหลงทางได้ง่าย อาตมากำลังปลุกเสกหลับตาเสกทั้งกลางวัน กลางคืน ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน

อาตมาไปอยู่บ้านใคร รับรองไม่เปลืองข้าวนะ ฉันไม่จุหรอก คำเดียวอิ่มแล้ว ทำงานวันยังค่ำ คืนยันรุ่ง

วัดนี้ไม่มีหยุดเสาร์อาทิตย์ ราชการวันเสาร์อาทิตย์หยุดแล้ว ที่นี่ทำงานทั้งกลางวันกลางคืน เงินเดือนก็ได้เดือนละ ๓๐ วันทุกเดือน ไม่ได้ขึ้นเลย แต่บางเดือนเสียใจเหลือเกินมี ๒๘ วัน ไม่พอ ๓๐ วัน

นี่แหละชีวิต คืองานบันดาลสุข ทำงานให้สนุก มีความสุขในการทำงาน บางคนเลี่ยงงานเก่งนัก เรียนสูงแล้วเลี่ยงงานเก่ง ชีวิตมักจะอาภัพ

อาตมาต้องสร้างโรงพยาบาลที่นี่ ๓ โรง โรงพยาบาลใหญ่เลี้ยงคนทั่วประเทศ เมื่อสองวันมานี้เลี้ยงคนเป็นพัน  ญาติโยมไปเป่ายันต์เกราะเพชรต้องเลี้ยง มาแต่เช้ามืดเลย

โรงพยาบาลกลางเลี้ยงคนสำหรับประชุมที่นี่ โรงพยาบาลห้องไอซียู ที่อยู่หน้ากุฏิอาตมา ตี ๑ ตี ๒ อุบัติเหตุมา   หิวจัดมา เข้าห้องไอซียู ที่อยู่ติดกัน ให้รับประทานเสียก่อน แล้วค่อยคุยกันต่อไป

เรามีห้องไอซียู หิว อุบัติเหตุมาแล้ว หน้าตาไม่ดีแล้ว เข้าห้องไอซียู กาแฟ โกโก้ ก่อน ข้าวต้ม หัวผักกาด แก้หิวไปก่อน นี่คนอุบัติเหตุมา ตี ๑ ตี ๒ มาจากเชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ อุดร หนองคาย มาถึงนี่มันก็ต้องดึก

เขาเดินทางไกลมา เขามีทุกข์ เราก็บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้เขา ต้องบริการให้เขามีความสุข ความเจริญกลับไป

เข้าวัดเดี๋ยวนี้ไม่ได้อะไรจากวัด จะเข้ามาทำไม เข้ามาแล้วต้องได้ซิ มีทุกข์มีสุขขึ้นมาก็บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้เขา แก้ปัญหาให้เขา เขาจึงอยากจะเข้ามา ก็ต้องบริการเลี้ยงข้าวเลี้ยงปลา อันนี้ไม่ใช่ว่ามากวนวัด

หน้าที่ของชาวบ้าน แขกมาบ้านต้องเลี้ยงข้าว ตามประเพณีไทย แต่บางบ้านไม่เอาเลย ไม่มีอัธยาศัยในการเลี้ยงอาหาร การบริโภค แต่ประการใด อาตมาจึงออกแขกว่ารับประทานข้าวหรือยัง อย่างนี้เป็นต้น

เหตุผลการสร้างศาลาก็ดำเนินการต่อมา อาตมาก็ยังไม่ได้คิดเลย ว่าจะสร้างศาลาประการใด ก็ตัดใจว่ามา ๓ ปีแล้ว ว่าศาลาหลังนี้ เราก็ใกล้เวลาเต็มทีแล้ว ถ้าเราไม่ทำใครจะทำ

หอประชุมใหม่ทรงไทย

จะทำเหมือนหอประชุมแต่เป็นทรงไทย มีหน้ามุขสวยอย่างแบบคนไทยง่าย ๆ ทำอย่างดีปูพรมให้หมด นอนได้หมด เวลาอบรมประชุมก็มีมุ้งลวด ตัวแมลงไม่มากวน บ้านนอกตัวแมลงเยอะ เข้าหูเข้าตาเก่ง เราก็ติดมุ้งลวดเสีย แล้วสร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา พัทยาสู้ไม่ได้ ลมพัดถึงเลย

งบประมาณที่ช่างสถาปนิกออกแบบไว้หกล้าน อาตมาคิดว่าทำไม่ถึง เพราะว่าไม่มีเข็ม แล้วค่าแรงงานก็ถูก        คนบ้านเรา ก็ขอแรงด้วย ช่วยกันด้วย ให้บ้าง ทำนองนี้ ก็คงไม่แพงอย่างนี้นะ ทำอย่างดี ติดกระจกให้หมด มีห้องน้ำ        ห้องส้วมอย่างดี

อาตมาก็ยังไม่คิดตัดสินใจ พอดีโยม สุนีย์  พันธศุภร มาปรึกษาว่า ปีนี้กฐินสามัคคีกันเถอะ ท่านจะตัดสินใจสร้างอะไร นึกตรงกันว่า สร้างศาลาการเปรียญ คือเป็นศาลาอเนกประสงค์ อบรมทั่วไป และบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตรได้ด้วย ส่วนใหญ่จะตั้งเก้าอี้ คนที่นั่งพื้นนั่งข้างหน้า ตั้งเก้าอี้ให้เป็นแถวเลย จุคนได้เป็นพัน

ประเทศศรีลังกาเขานอนฟังเทศน์เลย เพราะว่าแขกพุงใหญ่นั่งไม่ได้นอนฟัง แต่ดีกว่าคนไทยนะ นอนฟังไม่พูดเลย เราไปถามไม่มีพูดเลย

กุฎิบุญยง-สาวิกา ว่องวานิช

คนไทยฟังเทศน์พนมมือแต้ คุยกันสะบัด แขกเขานอนไม่คุย ยืนฟังด้วย กอดอกด้วย เขาจะไม่พูดกับเรา เป็นการแสดงการเคารพในการฟังเหมือนกัน เขาฟังได้ผล เขาจะไม่พูดกันเลย ตั้งใจฟัง สนใจฟัง มีศรัทธาฟัง ทบทวนในการฟัง และปฏิบัติได้ทันที ก็ได้ผล

ในการสร้างศาลา โยมสุนีย์  พันธศุภร ได้ชักชวนญาติพี่น้อง และบอกคุณโยม พันเอก (พิเศษ) ทองคำ  ศรีโยธิน ในฐานะนายกยุวพุทธฯ ด้วย ในขณะนี้

คุณโยมบุญยง ว่องวานิช เป็นผู้อุปถัมภ์ ได้สร้างตึกขึ้นไว้ที่หน้าวัด เป็นที่พักอบรมในภายใน

และขอเจริญพรว่า โยมเข้ามานี่ จะเห็นรั้ว จะแยกออกไปแล้วสร้างกุฏิกรรมฐานอีก ๕๐ หลัง ปลูกต้นพยุงไปแล้ว ๕๐๐ ต้นเศษ เป็นสวนป่า คนในไม่ออก คนนอกไม่เข้า จะทำส้วมตรงโน้นอีก ทำสวนไว้

กุฎิกรรมฐาน

ขยายถนนสายเหนือออกไปอีก ๑ วา รถบัสเข้าจะได้ไม่ต้องเลี้ยวโค้ง เตรียมโอกาสข้างหน้าไว้จะต้องเป็นอย่างนี้

อบรมทั่วไปอาจจะวุ่นวาย ให้อบรมภายในนี้เป็นด้านปริยัติ ด้านปฏิบัติอรัญวาสีส่งออกไปเขตป่า มีสวนดอกไม้ให้พระอาทิตย์ส่องแสงผ่าน เหมือนวัดป่านานาชาติ ของหลวงพ่อชา เป็นต้น ได้ผลดีใครจะไปยุ่งไม่ได้

รั้วทำสวยงาม ข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน ข้างในมองไม่เห็นข้างนอก จะได้ไปนั่งภาวนากัน ก็เป็นด้านปฏิบัติขึ้นมา

ด้านอบรมอยู่ทางนี้ ต่อไปเป็นตึกอบรม หอสมุดจะเสร็จแล้ว ๓ ชั้น เผื่อพระสังฆาธิการมาอบรม แต่ละชั้นพักได้ ๓๐ ถึง ๔๐ องค์ จัดไว้สำหรับพระภิกษุ ชั้นละ ๒ ห้อง มีห้องน้ำห้องส้วมเสร็จทุกแห่ง

สมเด็จญาณฯ ท่านรับแล้วท่านจะมาเปิดหอสมุดให้ ตั้งแต่คราวนิมนต์มาเปิดกุฏิบุญถิ่น  อัตถากรโน่นแล้ว จะทูลเชิญเสด็จมาในวันหน้า

กำแพงวัดด้านอรัณวาสี

จตุปัจจัยไทยทานที่ญาติโยมมาจองไว้ ก็สร้างเป็นศาลาอเนกประสงค์ เรียงกับหอประชุมนี้ไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต้องรื้อหลังเก่าแน่ เพราะต้องยาวถึง ๒๕ วา กว้าง ๑๐ วา กว้างขวางมาก จะมีเสาแค่ ๒ แถว ตรงกลางโล่ง หลังคาเหล็ก ลงทุนให้ถูกที่สุด ทำมุ้งลวด มีฝา กระจก มีมุขออกไปทั้งหมด ๕ มุข คล้าย ๆ พลับพลาอย่างนี้ เป็นแบบศาลาหน่อย เขาจะได้รู้ว่าเป็นศาลา จึงปรารภทอดกฐินขึ้นมา

วันนี้ญาติโยมหลายสายก็ช่วยกัน โดยคณะพุทธศรัทธาท่าลานก็เป็นลูกศิษย์ที่นี่ นำกองกฐินมา ตลอดกระทั่งท่านอนุศาสนาจารย์ ท่านคณะอธิการบดี ตลอดทั้งวิทยาลัยครูทั่วไป กรมปศุสัตว์ ข้าราชการทั้งหลาย บรรดาท่านทั้งหลาย  ที่เป็นคณะลูกศิษย์ ที่มาอบรมวัดนี้ก็ได้บุญกุศลกัน เป็นสายสัมพันธ์สามัคคีกันในวันนี้

มาปรารภเรื่องสร้างศาลานี่ อาตมาก็เกรงใจโยมเหลือเกินนะ นึกว่ามาช่วยกันสร้างคนเถอะ สร้างลูกหลานชาติไทย ขอเจริญพรจดไว้เลยนะ ถ้าไม่มาช่วยกันนะ อีก ๒๐ ปี ลูกหลานจะไปไม่รอด จะไม่มีที่ดินอยู่ ขอฝากไว้ด้วย

ยิ่งคนชาวจังหวัดสิงห์บุรี ลูกเกิดมาไม่มีอยู่จังหวัดสิงห์บุรีเลยนะ ไม่เคยกลับมาช่วยพ่อแม่ทำนาเลย หนีเข้าไปเป็นลูกจ้างในกรุงเทพฯ หมด พ่อแม่มีนาเป็นร้อย ๆ ไร่ ขายแหลกแตกราญแจกให้ลูกไป พ่อแม่มีการค้าสุทธิวันละหมื่นบาท   ลูกไม่มีมาช่วยพ่อแม่เลย ไปช่วยคนอื่นหมด ผู้แทนจึงมีคนเดียวมาจนบัดนี้

ตึกรามที่ขึ้นใหญ่โตนี่ ไม่ใช่ของคนจังหวัดสิงห์ คนที่อื่นมาซื้อหมด เพราะอะไร มีนา ๕๐๐ ไร่ ถึง ๖๐๐ ไร่ มีลูก ๕ คน ไปสำเร็จปริญญาบ้าง สำเร็จอาชีวะบ้าง ไปเที่ยวเป็นลูกจ้างคนอื่นเขา

ขอฝากคุณโยมบุญยง ไว้ด้วย ที่ว่าปัญหาคนว่างงานในประเทศไทยมาก อาตมาขอเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า ปัญหา   คนขี้เกียจมากที่สุด ลูกไม่กลับมาช่วยแม่เลย พ่อแม่ทำงานงก ๆ

หลวงพ่อวัดอัมพวันช่วยฝากงานหน่อย ลูกไม่มีงานทำ อาตมาไปดูที่บ้าน โอ้โฮมีกิจการ มีสวนตั้ง ๕๐ ไร่ มีกิจการค้า แม่ขับรถไปส่ง เตี่ยก็แบกของ บอกได้ว่าไม่มีงานทำ ก็แสดงว่ามันขี้เกียจ

พูดใหม่ อย่าไปพูดว่าคนว่างงาน พูดว่าคนขี้เกียจดีกว่า

หอสมุด นุชประมูล

หนูเอ๋ย สำเร็จปริญญาตรีแล้วไม่ต้องไปง้อใคร กลับมาช่วยพ่อแม่ พ่อแม่กำลังมีงานอยู่ อย่าไปขายทรัพย์สมบัติซะ ทรัพย์สมบัติต้องรักษาไว้ ที่ดินนี่ขอเจริญพรท่านว่าญี่ปุ่นบอกว่า ปีนี้มาซื้อที่ประเทศไทยได้ ๓ หมื่นไร่ ลูกไม่รู้จักคุณค่าที่ดินของพ่อแม่เลย กลับไปเป็นลูกจ้างคนอื่นหมด

ขนาดเป็นสาว ๆ นะ มีนาตั้ง ๘ ร้อยไร่ กลับไปรับจ้างซักรีดในกรุงเทพฯ ใส่รองเท้าส้นสูงเดินแตะ ๆ ว่าเป็นคุณนาย เปล่าเลย! รับจ้างซักรีด น่าเสียดายไหม นามีทำไมไม่ทำ พ่อแม่แก่แล้วก็ต้องขาย ตึกมีก็ให้เซ้ง

ทำไมเซ้งเล่าเตี่ย เตี่ยบอก ลูกไม่มาช่วย ไปอยู่ภาคใต้โน่น แสดงว่าไปเป็นลูกจ้างคนอื่นเขา ไม่รักษาทรัพย์สมบัติของพ่อแม่ไว้เลย อาตมาจึงสร้างหอประชุมนี้ ญาติโยมจะไม่เห็นใจบ้างก็แล้วไปเถอะ

อาตมานี่เดือนหนึ่งจ่ายเท่าไร สี่ห้าหมื่นนะ เดือนที่แล้วไม่รู้การไฟฟ้ามาเก็บอย่างไร สี่หมื่นสี่พันสี่สิบบาท ค่าไฟฟ้าวัดนี้ ทำไมมาเก็บอย่างนั้น ไม่สงสารเราบ้างหรือไง น่าจะเก็บสักแสนหนึ่ง จะได้ตัดไฟ ใช้ตะเกียงเจ้าพายุต่อไป

ข้อเท็จจริงไม่ได้ใช้มากหรอก ใบเสร็จมีตั้งแต่ต้นปีมานี้ หมื่นกว่าบาท แปดพัน เก้าพัน แต่เดือนที่แล้วสี่หมื่นสี่พันกว่า ขอเจริญพรอย่างนี้ ค่าอาหารเดือนละสองหมื่น ต้องถัวเฉลี่ยกินกันแล้ว อาตมาจะสู้ต่อไป คนเดียวก็จะต้องสู้

อาตมาขอเจริญพรญาติพี่น้องทั้งหลาย ที่ท่านได้มาร่วมสนับสนุนอาตมา ในฐานะมาช่วยกันปลุกคนให้ตื่น เสกคนให้เป็นงาน ให้รู้จักเอกลักษณ์ของไทย รู้จักมารยาทไทย ไม่ลืมแผ่นดินทวด แผ่นดินปู่ย่าตายายที่หาไว้ โปรดมาสร้างกิจการให้แก่พ่อแม่เถิด ลูกหลานเอ๋ย อย่าทิ้งกิจการของเราเสียเลย

พ่อแม่ที่สร้างมา วงศ์ตระกูลของเราเคยทำการค้า อย่างทิ้งการค้า วงศ์ตระกูลทำนาอย่างทิ้งทำนา เดี๋ยวนี้นาทิ้งหมดแล้ว ทำไม่เป็นแล้ว การค้าก็ค้าไม่เป็น ขนาดลูกสำเร็จปริญญาโท เตี่ยแม่ค้าขายแอด ๆ ลูกค้าขายไม่เป็นเลย แล้วกิจการจะทำอย่างไร ก็ไปเป็นลูกจ้างคนอื่นเขา เป็นลูกจ้างบริษัทอื่นต่อไป อาตมาขอฝากไว้ด้วยนะ

นี่ก็ถึงเวลาที่จะรับประทานอาหารแล้ว ขอเชิญญาติโยมรับประทานอาหาร ถ้าคนไหนรับประทานอาหารที่วัดนี้  ในวันนี้แล้ว กลับไปร่ำรวย สวยดี มั่งมีศรีสุข เงินไหลนองทองไหลมา

ข้าวสุกของอาตมา ๑ เมล็ดข้าวสุก งอกได้ ๑๐๐ ดอลล่าร์ ยูเอส รับประทานเข้าไป งอกได้ มีข้าวสุกวัดนี้วัดเดียวงอกได้ จริงเท็จประการใดลองรับประทานดูเถอะ อาตมาสังเกตมาหลายรายแล้ว มารับประทานอาหารที่นี่ กลับไปเป็นเศรษฐีไปหลายคนแล้ว มีเงินมากมายเหลือเกินนะ